ลดราคา!

KOBRA X COMBO

Original price was: ฿22,900.00.Current price is: ฿20,990.00.

  • ราคาอาจมีการเปลี่ยนแปลงโดยมิต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

  • ราคายังไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม

หมวดหมู่: แบรนด์:

คำอธิบาย


ตารางข้อมูลจำเพาะ (Specifications)

 

หัวข้อ รายละเอียดข้อมูล
พื้นที่การพิมพ์ (Build Volume) 260 x 260 x 260 มม.
ความเร็วในการพิมพ์สูงสุด 600 มม./วินาที (แนะนำที่ 300 มม./วินาที)
อุณหภูมิหัวฉีดสูงสุด 300°C (วัสดุ Hardened Steel)
อุณหภูมิฐานพิมพ์สูงสุด 100°C
ระบบการพิมพ์หลายสี รองรับ 4 สี (Native) และขยายได้สูงสุด 19 สี (ร่วมกับ ACE 2 Pro)
ระบบการฉีดเส้น (Extruder) Direct Drive (ระยะสั้น)
การปรับระดับฐาน (Leveling) LeviQ 3.0 แบบอัตโนมัติ
หน้าจอควบคุม หน้าจอสัมผัสแบบ Capacitive ขนาด 3.5 นิ้ว
การเชื่อมต่อ Dual-Band Wi-Fi (2.4/5G), USB, LAN, Anycubic App
น้ำหนักตัวเครื่อง ประมาณ 9.5 กก.
ขนาดตัวเครื่อง 455.4 x 445.3 x 461.3 มม.
วัสดุที่รองรับ PLA, PETG, TPU, PVA, PLA-CF, PETG-CF, ASA

คำถาม และ ข้อสงสัย? ของ ANYCUBIC KOBRA X COMBO

FAQ เกี่ยวกับ ANYCUBIC X COMBO

(สนใจสินค้าสามารถสอบถามเพิ่มเติม)

ANYCUBIC KOBRA X COMBO สเปก และการใช้งาน

ANYCUBIC Kobra S1 Max Combo คืออะไร?

ANYCUBIC Kobra X Combo เป็นเครื่องพิมพ์ 3 มิติระบบ FDM ที่เน้น งานพิมพ์หลายสี / หลายวัสดุ โดยรุ่น Combo มาพร้อมระบบ ACE 2 Pro สำหรับจัดการเส้นและอบเส้นระหว่างพิมพ์ ชุดมาตรฐานรองรับงาน 7 สี และสามารถขยายระบบได้สูงสุด 19 สี เมื่อเพิ่ม ACE 2 Pro ตามชุดที่กำหนดครับ

สเปกหลัก

รายการANYCUBIC KOBRA X COMBO
เทคโนโลยีFDM / FFF
ขนาดพื้นที่พิมพ์260 × 260 × 260 มม.
ความเร็วแนะนำ300 mm/s
ความเร็วสูงสุด600 mm/s
Acceleration แนะนำ10,000 mm/s²
Acceleration สูงสุด20,000 mm/s²
หัวฉีดมาตรฐาน0.4 มม. Hardened Steel
หัวฉีดที่รองรับ0.25 / 0.4 / 0.6 / 0.8 มม.
อุณหภูมิหัวฉีดสูงสุด300°C
อุณหภูมิฐานพิมพ์สูงสุด100°C
แผ่นพิมพ์PEI Spring Steel
ExtruderDirect Drive
Auto LevelingLeviQ 3.0
ระบบปฏิบัติการKobra OS
กล้องHD Camera 720p
เสียงขณะทำงาน≤ 48 dB
ขนาดตัวเครื่อง Kobra X455.4 × 445.3 × 461.3 มม.
น้ำหนักตัวเครื่องประมาณ 9.5 กก.

ข้อมูลสเปกดังกล่าวเป็นข้อมูลจาก Anycubic โดยตรง ณ ปัจจุบันครับ

จุดเด่นเรื่อง “พิมพ์หลายสี”

จุดขายสำคัญของ Kobra X Combo คือ ACE GEN 2 ซึ่งรวมระบบป้อนเส้นและเปลี่ยนสีเข้าด้วยกัน Anycubic ระบุว่าสามารถลดระยะเส้นที่ต้องใช้ในการเปลี่ยนสีลงประมาณ 81.25% ช่วยลดทั้งเวลาและเส้นที่ต้อง Purge ทิ้งเมื่อเทียบกับระบบเดิมของบริษัท

ชุด Kobra X Combo มาตรฐานเริ่มที่ 7 สี และสามารถขยายได้เป็น 11 สีหรือสูงสุด 19 สีตามจำนวน ACE 2 Pro และ Hub ที่ติดตั้ง โดยการทำระบบเต็ม 19 สีต้องใช้ ACE 2 Pro รวม 4 ชุดและอุปกรณ์ Hub ตามที่ Anycubic กำหนด

ACE 2 Pro ทำอะไรได้บ้าง?

ACE 2 Pro ไม่ได้เป็นแค่กล่องใส่ม้วนเส้น แต่ช่วย ป้อนและสลับเส้นอัตโนมัติ รวมถึงอบเส้นระหว่างพิมพ์ได้สูงสุด 65°C มีระบบตรวจอุณหภูมิและความชื้น และใช้มอเตอร์ Brushless แยกสำหรับการป้อนเส้นแต่ละช่อง

จึงเหมาะมากกับงานพิมพ์ที่ต้องการใช้หลายสีต่อเนื่อง เพราะไม่ต้องคอยหยุดเครื่องเพื่อเปลี่ยนเส้นด้วยมือ

รองรับเส้นอะไรบ้าง?

สเปกทางการระบุว่ารองรับ PLA, PETG, TPU, PVA, PLA-CF, PETG-CF และ ASA และ FAQ ของ Anycubic ยังระบุการพิมพ์วัสดุเดี่ยว เช่น PLA, PETG, TPU หลายระดับความแข็ง, PVA และ ABS รวมถึงการพิมพ์แบบหลายวัสดุ เช่น PLA + TPU 68D และ PLA + PVA ได้ด้วย

ตัวอย่างที่น่าสนใจคือ PLA + PVA เพราะสามารถใช้ PVA เป็น Support สำหรับโมเดลที่มีโครงสร้างซับซ้อนได้ ส่วน PLA + TPU เปิดทางให้ออกแบบชิ้นงานที่มีทั้งส่วนแข็งและส่วนยืดหยุ่นในงานเดียวได้ โดย Anycubic ระบุว่ารองรับชุดวัสดุดังกล่าวโดยตรง

การใช้งานเบื้องต้น

ขั้นตอนทำงานโดยทั่วไปของ Kobra X Combo คือ

  1. สร้างหรือดาวน์โหลดโมเดล 3D เป็นไฟล์ เช่น STL หรือ 3MF แล้วนำเข้าโปรแกรม Slicer
  2. ใช้ Anycubic Slicer Next เพื่อจัดวางโมเดล ตั้ง Layer Height, Infill, Support และกำหนดสี/วัสดุของแต่ละส่วน โปรแกรมมี Preset สำหรับวัสดุหลายประเภท
  3. ใส่ม้วน Filament เข้า ACE 2 Pro และกำหนดว่าสล็อตใดเป็นสีหรือวัสดุใด
  4. ให้เครื่องทำ LeviQ 3.0 Auto Leveling และ Z-Offset ก่อนเริ่มงาน เพื่อช่วยจัดระดับฐานพิมพ์
  5. ส่งไฟล์เข้าเครื่องผ่านตัวเครื่อง, Slicer, Anycubic App หรือ USB และตัวเครื่องยังรองรับ Wi-Fi 2.4/5 GHz และ LAN สำหรับการเชื่อมต่อเครือข่าย
  6. ระหว่างพิมพ์สามารถดูกล้อง 720p ผ่านระบบของ Anycubic และใช้ AI ช่วยตรวจปัญหา เช่น Spaghetti Detection หรือสิ่งแปลกปลอมบริเวณพิมพ์ได้
  7. เมื่อพิมพ์เสร็จ รอฐานเย็นแล้วถอดแผ่น PEI Spring Steel ออกและงอแผ่นเล็กน้อยเพื่อช่วยนำชิ้นงานออก
ระบบอัตโนมัติที่น่าสนใจ

ตัวเครื่องมี Filament Detection, Auto Resume, Filament Entanglement Detection, Power Loss Resume, Pressure Advance / Flow Calibration, AI Spaghetti Detection และ Object Skip หากชิ้นงานบางตัวบน Plate มีปัญหา ระบบสามารถข้ามชิ้นนั้นและพิมพ์ชิ้นอื่นต่อได้

เหมาะกับงานอะไร?

Kobra X Combo จะโดดเด่นเป็นพิเศษสำหรับ โมเดลตัวการ์ตูนหลายสี, ฟิกเกอร์, ของพรีเมียม, ป้ายชื่อ/Logo, Keychain, Prototype, Jig & Fixture, อะไหล่หรือชิ้นส่วน, งานเพื่อการศึกษา และงานขาย 3D Print แบบ Custom โดยเฉพาะงานที่ต้องการให้ชิ้นงานออกมามีหลายสีโดยไม่ต้องลงสีภายหลัง

ถ้าเป็นงานธุรกิจ จุดเด่นที่นำไปขายได้ชัดคือ “พิมพ์หลายสีอัตโนมัติ + เปลี่ยนสีเร็ว + ลดวัสดุที่ทิ้งตอนเปลี่ยนสี + อบเส้นได้ระหว่างพิมพ์” ซึ่งเป็นสิ่งที่ Anycubic ชูเป็นคุณสมบัติหลักของ Kobra X Combo และ ACE GEN 2 ครับ

สรุปสั้น ๆ

ANYCUBIC KOBRA X COMBO = เครื่อง 3D Printer ความเร็วสูงสำหรับงานหลายสีและหลายวัสดุ

260×260×260 มม. | สูงสุด 600 mm/s | หัวฉีด 300°C | Auto Leveling | 7 สีในชุด Combo | ขยายสูงสุด 19 สี | ACE 2 Pro อบเส้น 65°C | AI Camera | Wi-Fi/LAN/App

หากนำไป ทำคอนเทนต์ขายสินค้า รุ่นนี้มีจุดขายค่อนข้างชัด โดยเฉพาะประโยค “เครื่องเดียว พิมพ์ได้สูงสุด 19 สี พร้อมระบบอบเส้นและ AI ตรวจงานพิมพ์” ครับ

ANYCUBIC KOBRA X COMBO รองรับเส้นพลาสติกอะไรบ้าง ?

สเปกทางการระบุว่ารองรับ PLA, PETG, TPU, PVA, PLA-CF, PETG-CF และ ASA และ FAQ ของ Anycubic ยังระบุการพิมพ์วัสดุเดี่ยว เช่น PLA, PETG, TPU หลายระดับความแข็ง, PVA และ ABS รวมถึงการพิมพ์แบบหลายวัสดุ เช่น PLA + TPU 68D และ PLA + PVA ได้ด้วย

ตัวอย่างที่น่าสนใจคือ PLA + PVA เพราะสามารถใช้ PVA เป็น Support สำหรับโมเดลที่มีโครงสร้างซับซ้อนได้ ส่วน PLA + TPU เปิดทางให้ออกแบบชิ้นงานที่มีทั้งส่วนแข็งและส่วนยืดหยุ่นในงานเดียวได้ โดย Anycubic ระบุว่ารองรับชุดวัสดุดังกล่าวโดยตรง

วิธีติดตั้งและเริ่มใช้งาน ANYCUBIC KOBRA X COMBO

วิธีติดตั้งและเริ่มใช้งาน ANYCUBIC KOBRA X COMBO

สำหรับ Kobra X Combo ลำดับที่แนะนำคือ ประกอบเครื่อง → ปลดล็อกแกน Z → ติดหัวพิมพ์ → ต่อ ACE 2 Pro → ใส่เส้น → เปิดเครื่อง → Calibration → เชื่อม Wi-Fi/App → ตั้ง Slicer → Test Print โดยคู่มือ Kobra X Combo ฉบับล่าสุดระบุขั้นตอนติดตั้ง ACE 2 Pro และระบบป้อนเส้นไว้โดยเฉพาะครับ

  1. แกะกล่องและตรวจอุปกรณ์ก่อน วางเครื่องบนโต๊ะที่แข็งแรง เรียบ และมีพื้นที่ด้านหน้า–หลังเพียงพอสำหรับการเคลื่อนที่ของฐานพิมพ์ ตรวจว่ามีตัวเครื่อง, ชุด Gantry, หัวพิมพ์, PEI Print Plate, Spool Holder, ท่อ PTFE/Teflon, ACE 2 Pro, สายสัญญาณ, สกรูและประแจครบ ก่อนเสียบไฟควรตรวจฉลากแรงดันไฟของเครื่องจริงให้ตรงกับระบบไฟที่ใช้งาน เพราะสเปกไฟอาจต่างกันตามภูมิภาค.
  2. ปลดล็อกแกน Z ก่อนใช้งาน จุดนี้สำคัญมาก ใช้ประแจหกเหลี่ยม H2.0 คลายสกรูที่ล็อกชุดแกน Z จำนวน 6 ตัว — ข้างละ 3 ตัว ตามตำแหน่งล็อกขนส่ง หากยังไม่ปลดล็อก ไม่ควรสั่ง Home หรือ Calibration.
  3. ติดตั้งหัวพิมพ์ (Printhead) จับคานด้านบนและยกแกน X ขึ้นประมาณ 3/4 ของความสูงแกน Z จากนั้นจัดร่องด้านหลังหัวพิมพ์ให้ตรงกับชุดยึดสีดำบนแกน X แล้วใช้สกรู M3×6 จำนวน 4 ตัว ขันด้วยประแจ H2.5 ให้แน่นพอดี ไม่ต้องออกแรงขันเกินจำเป็น.
  4. ติดตั้งแผ่นพิมพ์และ Spool Holder วาง PEI Print Plate ลงบน Heated Bed โดยให้ ด้านที่มีสกรีนหงายขึ้น และจัดขอบให้ตรงกับฐาน จากนั้นประกอบชุด Spool Holder และล็อกเข้ากับด้านซ้าย/ขวาของคานบนตามคู่มือ.
  5. ติดตั้ง ACE 2 Pro สำหรับรุ่น Combo แนะนำให้วาง ACE 2 Pro ทาง ด้านขวาของเครื่อง ต่อสาย Signal โดยปลาย 4-pin เข้ากับตัวเครื่อง และปลาย 6-pin เข้าด้านหลัง ACE 2 Pro จากนั้นติดตั้ง Clog Detection Module และต่อท่อ PTFE จากระบบป้อนเส้นไปยัง ACE 2 Pro ตามช่องต่าง ๆ คู่มือระบุว่าท่อทั้งสี่จาก ACE สามารถจับคู่ช่องได้โดยไม่จำเป็นต้องเรียงลำดับตายตัว. คู่มือ Anycubic Wiki ยังมี Installation Guide แยกสำหรับการต่อ ACE 2 Pro และการขยายระบบหลายสีของ Kobra X โดยเฉพาะ
  6. ตรวจทุกสายแล้วจึงเปิดเครื่อง ตรวจสายหัวพิมพ์, สายมอเตอร์, ท่อ PTFE, สาย ACE 2 Pro และแผ่นพิมพ์ว่าไม่มีอะไรขวางการเคลื่อนที่ของแกน X/Y/Z จากนั้นเสียบสายไฟและเปิดเครื่อง เมื่อเริ่มต้นครั้งแรก ให้เลือก Language / Region และตั้งค่าตามหน้าจอ ก่อนเข้าสู่กระบวนการ Calibration. คู่มือ Quick Start ของ Anycubic แนะนำให้ทำการตั้งค่าพื้นที่/ภาษา เชื่อมระบบ และทำ Vibration Compensation กับ Auto-Level ในการเริ่มต้นใช้งานครั้งแรก.
  7. ใส่ Filament เข้า ACE 2 Pro เปิดฝา ACE แล้ววางม้วน Filament อย่างน้อย 1 ม้วน นำปลายเส้นเสียบเข้า Feed Inlet ระบบจะตรวจจับและ Pre-feed อัตโนมัติ จากนั้นเข้าเมนู Materials บนหน้าจอ เลือกช่อง Filament และกำหนดชนิดวัสดุ เช่น PLA พร้อมเลือกสี ถ้าใช้ Filament Anycubic ที่มี RFID เครื่องสามารถอ่านข้อมูลวัสดุ/สีได้อัตโนมัติ. สำหรับเริ่มต้น ผมแนะนำใช้ PLA ก่อน เพราะตั้งค่าง่ายและเหมาะกับการ Test Print มากที่สุด
  8. ทำ Calibration ก่อนพิมพ์ครั้งแรก เข้าเมนู Calibration แล้วทำอย่างน้อย Auto-Leveling และ Resonance/Vibration Compensation และหากมีตัวเลือก Active Noise Reduction ให้ทำพร้อมกันได้ Anycubic ระบุขั้นตอน Calibration เหล่านี้สำหรับ Kobra X หลังการติดตั้งหรือมีการเปลี่ยนชิ้นส่วนสำคัญ. ระหว่าง Auto-Leveling อย่าจับหัวพิมพ์หรือฐานพิมพ์ และตรวจให้แน่ใจว่า PEI Plate ไม่มีเศษพลาสติกติดอยู่
  9. เชื่อม Wi-Fi และ Anycubic App ให้เครื่องเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต จากหน้าจอเครื่องไปที่ Settings → Account แล้วเปิด Anycubic App เลือก + Add Printer และ Scan QR Code บนหน้าจอเครื่องเพื่อผูกบัญชี จากนั้นสามารถดูสถานะและสั่งงานผ่านระบบของ Anycubic ได้. หลังเชื่อมต่อ แนะนำตรวจ Firmware ที่ Settings → Printer Information → Firmware Version → Update และอัปเดตหากมีเวอร์ชันใหม่.
  10. ติดตั้ง Anycubic Slicer Next และทดลองพิมพ์ ดาวน์โหลด Anycubic Slicer Next จากเว็บไซต์ Anycubic ติดตั้งและ Login ด้วยบัญชีเดียวกับ App จากนั้นเข้า Workbench → Add Printer โปรแกรมจะค้นหาเครื่องในเครือข่ายเดียวกัน หากหาไม่เจอ สามารถเชื่อมผ่าน CN Code ซึ่งดูได้ที่ Settings → Device Information → Device CN Code. สำหรับงานแรก แนะนำเลือก Test Model ขนาดเล็กหรือ Calibration Cube ใช้ PLA + Profile มาตรฐานของ Kobra X แล้วเปิด Auto Level/Flow Calibration หากมีตัวเลือก ก่อนสั่ง Print

ก่อนกดพิมพ์งานแรก ให้เช็ก 5 จุดนี้

PEI Plate สะอาด → ปลดล็อกแกน Z แล้ว → ท่อ PTFE เสียบสุดทุกจุด → Filament ป้อนเข้าระบบเรียบร้อย → Auto-Leveling ผ่าน

หลังเริ่มพิมพ์ ให้เฝ้าดู Layer แรก เป็นพิเศษ เส้นพลาสติกควรเกาะ Plate สม่ำเสมอ ไม่ลอย ไม่ขาด และไม่ถูกหัวฉีดกดจนแบนเกินไป หาก Layer แรกสวย งานส่วนใหญ่จะพิมพ์ต่อได้ค่อนข้างราบรื่นครับ

ลำดับจำง่าย:
ประกอบ → ปลดล็อก Z → ต่อ ACE → ใส่เส้น → เปิดเครื่อง → Wi-Fi → Calibration → Slicer → Test Print

หากต้องการ ผมสามารถทำต่อให้เป็น “คู่มือ ANYCUBIC KOBRA X COMBO สำหรับพนักงานขาย/ช่าง แบบละเอียดตั้งแต่แกะกล่องจนพิมพ์งาน 4–7 สี พร้อมรูปแบบ Checklist” ให้ใช้สอนลูกค้าหน้าร้านได้เลยครับ

พิมพ์ได้กี่สี

ANYCUBIC Kobra X Combo พิมพ์หลายสีได้ดังนี้ครับ:
  • Kobra X รุ่นปกติ → พิมพ์ได้ 4 สี
  • Kobra X Combo → พิมพ์ได้ 7 สีในชิ้นงานเดียว
  • เพิ่ม ACE 2 Pro อีก 1 ชุด → สูงสุด 11 สี
  • เพิ่ม ACE 2 Pro จนครบตามระบบ → สูงสุด 19

ดังนั้นถ้าที่คุณถามคือ ANYCUBIC KOBRA X COMBO รุ่นมาตรฐาน คำตอบคือ พิมพ์ได้ 7 สีพร้อมกัน ครับ โดยจุดเด่นของ Kobra X คือ ตัวเครื่องพื้นฐานมีระบบรองรับ 4 สีในตัว แล้ว Combo จะเพิ่มระบบป้อนเส้นเพื่อขยายเป็น 7 สี

ถ้าต้องการ ผมสามารถทำ ตารางเปรียบเทียบ Kobra X / Kobra X Combo / Kobra S1 Combo ว่ารุ่นไหนเหมาะกับงานแบบไหน ให้ได้ครับ

เหมาะกับใคร ?

ANYCUBIC Kobra X Combo เหมาะกับคนที่ต้องการทำงาน 3D แบบ หลายสี เน้นใช้งานง่าย และต้องการต่อยอดทำสินค้า ครับ รุ่น Combo รองรับ 7 สีตั้งแต่ชุดมาตรฐาน และขยายได้สูงสุด 19 สี พร้อมพื้นที่พิมพ์ 260 × 260 × 260 มม. (ANYCUBIC-STORE)

กลุ่มที่เหมาะมาก ได้แก่

  • มือใหม่ที่อยากเริ่มเครื่อง 3D Printer เพราะระบบช่วยตั้งค่าชั้นแรกและฟังก์ชันอัตโนมัติช่วยลดความยุ่งยากในการเริ่มพิมพ์
  • คนทำของสะสม / โมเดล / Art Toy โดยเฉพาะงานที่ต้องการหลายสี เช่น ตัวการ์ตูน ป้าย โลโก้ และฟิกเกอร์
  • ร้านรับพิมพ์ 3D หรือคนทำสินค้าออนไลน์ เพราะพิมพ์งานหลายสีได้โดยไม่ต้องมานั่งเปลี่ยนเส้นเองบ่อย ๆ และสามารถทำสินค้าที่ดูพรีเมียมขึ้น
  • นักออกแบบและ Maker ที่ทำ Prototype, Gadget, ของใช้ หรือชิ้นส่วนทดลอง เพราะรองรับวัสดุอย่าง PLA, PETG, TPU, PVA และ ABS รวมถึงการพิมพ์วัสดุแข็งร่วมกับวัสดุยืดหยุ่นบางรูปแบบ
  • โรงเรียน / มหาวิทยาลัย / ห้อง Maker Lab ที่ต้องการเครื่องสำหรับสอนออกแบบ 3D และผลิตชิ้นงานจริง

จุดที่น่าสนใจมากสำหรับคนทำธุรกิจคือ งานหลายสี ครับ เช่น พวงกุญแจชื่อ, ป้ายชื่อ, โลโก้บริษัท, โมเดลการ์ตูน, ของชำร่วย, ของแจก Event และสินค้าสั่งทำเฉพาะบุคคล เพราะ Kobra X Combo ให้มา 7 สี และสามารถขยายระบบได้ถึง 19 สี

สรุปง่าย ๆ: ถ้าลูกค้าถามว่า “รุ่นนี้เหมาะกับใคร?” สามารถตอบได้ว่า เหมาะตั้งแต่มือใหม่ ไปจนถึงร้านรับพิมพ์ 3D ที่ต้องการทำงานหลายสีและสร้างสินค้าเพื่อขาย โดยไม่ต้องลงทุนเครื่องระดับอุตสาหกรรม ครับ

ข้อดีและข้อจำกัด

สำหรับ ANYCUBIC Kobra X Combo จุดเด่นหลักคือ “พิมพ์หลายสีได้เยอะ + ทำงานเร็ว + ระบบอัตโนมัติค่อนข้างครบ” แต่ก็มีข้อจำกัดที่ควรอธิบายลูกค้าให้ชัดครับ

  • ข้อดี — พิมพ์หลายสีได้โดดเด่น: รุ่น Combo มาพร้อมความสามารถ 7 สี และสามารถขยายได้สูงสุด 19 สี เมื่อเพิ่ม ACE 2 Pro และอุปกรณ์ Hub ตามระบบ เหมาะกับงาน Art Toy, โมเดล, ป้ายชื่อ, โลโก้ และสินค้าหลายสีที่ต้องการลดงานเพนต์ภายหลัง
  • ข้อดี — ลดเวลาและลดเศษเส้นตอนเปลี่ยนสี: Anycubic ระบุว่าเทคโนโลยี ACE GEN 2 ลดระยะเส้นที่ใช้ในการเปลี่ยนสีได้ประมาณ 81.25% จึงช่วยลดทั้งเวลารอและ Purge Waste เมื่อเทียบกับระบบเปลี่ยนสีของบริษัทในเงื่อนไขทดสอบของผู้ผลิต อย่างไรก็ตามปริมาณที่ประหยัดจริงขึ้นอยู่กับโมเดลและการตั้งค่าด้วย
  • ข้อดี — ความเร็วสูง: ความเร็วที่ผู้ผลิตแนะนำอยู่ที่ 300 mm/s และสูงสุด 600 mm/s พร้อมความเร่งสูงสุด 20,000 mm/s² จึงเหมาะกับร้านที่ต้องการผลิตงานจำนวนมากกว่าการพิมพ์เล่นทั่วไป
  • ข้อดี — พื้นที่พิมพ์กำลังดี: ขนาดงานสูงสุด 260 × 260 × 260 มม. ใหญ่พอสำหรับของใช้ โมเดล ของแต่งบ้าน ป้าย และสินค้าขนาดกลางจำนวนมาก
  • ข้อดี — ระบบช่วยใช้งานค่อนข้างครบ: มี LeviQ 3.0 Auto-leveling, ตรวจจับเส้นหมด, Resume หลังไฟดับ, ตรวจจับเส้นพันกัน, AI Spaghetti Detection รวมถึงกล้อง 720p และสั่ง/ติดตามงานผ่าน Anycubic App ได้ จึงช่วยให้มือใหม่ใช้งานง่ายขึ้นและร้านสามารถตรวจงานจากระยะไกลได้
  • ข้อดี — ACE 2 Pro ช่วยดูแลเส้น: ACE 2 Pro สามารถอบเส้นระหว่างพิมพ์ได้สูงสุด 65°C พร้อมเซนเซอร์อุณหภูมิ/ความชื้นและระบบควบคุมความชื้น เหมาะกับคนที่เก็บเส้นหลายม้วนหรือพิมพ์งานต่อเนื่อง
  • ⚠️ ข้อจำกัด — 19 สีไม่ได้มากับชุด Combo ปกติทันที: ชุด Combo มาตรฐานเป็น 7 สี หากต้องการ 11 หรือ 19 สี ต้องเพิ่ม ACE 2 Pro และ Hub เพิ่ม ซึ่งหมายถึงงบประมาณ พื้นที่วางเครื่อง และจำนวนม้วนเส้นที่ต้องจัดการเพิ่มขึ้น
  • ⚠️ ข้อจำกัด — งานหลายสียังมีเศษเส้นและใช้เวลามากกว่างานสีเดียว: ระบบลด Purge Waste ลงได้มาก แต่ไม่ได้ทำให้เศษจากการเปลี่ยนสีหายไปทั้งหมด ดังนั้นโมเดลที่เปลี่ยนสีหลายครั้งต่อเลเยอร์จะยังใช้เส้นและเวลาเพิ่มขึ้น นี่เป็นข้อควรคิดหากรับผลิตจำนวนมากและต้องคำนวณต้นทุนต่อชิ้น
  • ⚠️ ข้อจำกัด — วัสดุ Multi-material มีเงื่อนไข: ตัวเครื่องรองรับวัสดุเดี่ยวหลายชนิด แต่คู่ Multi-material ที่ Anycubic ระบุอย่างเป็นทางการ ได้แก่ PLA + TPU 68D, PLA + PVA และ TPU 68D + TPU 68D ดังนั้นไม่ควรตีความว่าทุกวัสดุสามารถจับคู่พิมพ์หลายวัสดุร่วมกันได้ทั้งหมด
  • ⚠️ ข้อจำกัด — ขนาด 260 มม. ยังไม่เหมาะกับงานใหญ่มาก: ถ้าต้องการพิมพ์หมวกเต็มใบ Prop ขนาดใหญ่ หรือชิ้นงานอุตสาหกรรมใหญ่ ๆ อาจต้องแบ่งชิ้นแล้วประกอบ เพราะพื้นที่พิมพ์จำกัดที่ 260 × 260 × 260 มม.

สรุปสำหรับใช้ขายลูกค้า:
Kobra X Combo เด่นมากสำหรับคนที่ต้องการ “เครื่องเดียวทำงานหลายสีได้จริง ทำสินค้าได้เร็ว และต่อยอดเป็นธุรกิจได้” โดยเฉพาะ Art Toy, โมเดล, พวงกุญแจ, ป้ายชื่อ และของพรีเมียม ส่วนสิ่งที่ต้องแจ้งลูกค้าคือ ยิ่งใช้หลายสี ต้นทุนเส้นและเวลาเปลี่ยนสีก็ยังเพิ่มขึ้น และถ้าจะไปถึง 19 สีต้องลงทุนอุปกรณ์เพิ่ม ครับ

ANYCUBIC KOBRA X COMBO อุปกรณ์ภายในชุด?

สำหรับ ANYCUBIC Kobra X Combo (7 สี) ภายในชุดหลักจะประกอบด้วย ตัวเครื่อง Kobra X + ACE 2 Pro 1 ชุด ซึ่งทำให้จากระบบ 4 สีในตัวเครื่อง ขยายเป็น 7 สี ครับ

📦 อุปกรณ์ภายในชุด Kobra X
  • เครื่องพิมพ์ Kobra X แบ่งเป็นฐานเครื่อง + Gantry Frame
  • แกนใส่ม้วนเส้น 4 ชิ้น
  • ที่วางม้วนเส้น 2 ชิ้น
  • Teflon / PTFE Tube 4 เส้น
  • ชุด Purge Wiper
  • แผ่นพิมพ์ PEI Spring Steel Build Plate
  • สายไฟ
  • ตัวอย่างเส้น Filament
  • จาระบีสำหรับบำรุงรักษา
  • เข็มทำความสะอาดหัวฉีด
  • ชุดประแจ/เครื่องมือสำหรับประกอบเครื่อง
  • Cable Clip / Cable Cover
  • Decorative Cover
  • แปรงสำหรับใช้งาน
  • คู่มือผู้ใช้
🎨 อุปกรณ์ของ ACE 2 Pro

ในชุด Combo จะมี ACE 2 Pro สำหรับเพิ่มช่องใส่เส้นและช่วยจัดการงานหลายสี โดยชุด ACE 2 Pro สำหรับ Kobra X มี:

  • ACE 2 Pro × 1
  • สายไฟ × 1
  • สายเชื่อมต่อ A และ B รวม 2 เส้น
  • Teflon Tube 4 เส้น
  • Cable Clip 4 ชิ้น
  • Adapter Plate × 1
  • Return Detection Module พร้อม 4-in-1 Filament Hub × 1
  • สกรู M2.5×6 × 2
  • สกรู M2.5×25 × 2

ACE 2 Pro ยังทำหน้าที่เป็น ระบบป้อนเส้น 4 ช่อง + อบเส้นขณะพิมพ์ได้สูงสุด 65°C + ตรวจวัดอุณหภูมิ/ความชื้น + ช่วยเก็บเส้นในระบบปิด

สิ่งสำคัญ: เส้น Filament เต็มม้วนไม่ได้หมายความว่าจะรวมมาเป็นมาตรฐานทุกชุด เพราะ Anycubic มีตัวเลือก Bundle และของแถมที่เปลี่ยนไปตามช่วงโปรโมชั่น ควรตรวจสอบรายการของร้านในวันที่ซื้ออีกครั้งครับ

สรุปสั้น ๆ สำหรับบอกลูกค้า:
👉 Kobra X Combo = เครื่อง Kobra X + ACE 2 Pro + ชุดสาย/ท่อ/Hub และอุปกรณ์ติดตั้ง พร้อมใช้งานระบบพิมพ์สูงสุด 7 สีในชุด Combo มาตรฐาน

Anycubic  ANYCUBIC KOBRA X COMBO การรับประกันและบริการหลังการขาย

ตัวเครื่องพิมพ์ 3 มิติการรับประกันหลัก 1 ปี ไม่รวมหัวพิมพ์ และ ระบบไฟ

Tiktok
Home
CALL
ติดต่อสอบถาม !!